หยุดปัญหาริดสีดวง วิธีรักษาที่ดีที่สุด วิธีแก้ อาการริดสีดวง !อย่าปล่อยไว้! อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

สมุนไพรธนทรเกี่ยวกับโรค
หยุด ริดสีดวงทวาร

หยุดปัญหา ทุกอาการริดสีดวงวิธีแก้

อาการริดสีดวงหายหมด จบด้วยธนทร
“ไม่ต้องเหน็บยา ไม่ต้องทายา ไม่ต้องผ่าตัด  ไม่ต้องจ่ายเยอะ”

🚫 ถ่ายอุจจาระมีเลือดสดปน

🚫 มีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักขณะถ่ายอุจจาระ

🚫 มีอาการคันปากทวารหนัก

🚫 เจ็บทวารหนักตอนขับถ่าย

🚫 มีก้อนเนื้อบริเวรทวารหนัก

🚫 มีอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถลุกเดินหรือยืน

🚫 มีน้ำเหลืองหรือเมือกปะปนมากับอุจจาระ

🚫 อักเสบรอบรูทวาร

 

💊ถ้าคุณเคย รักษา ด้วยวิธีเหล่านี้มาแล้ว💊

💉 แช่น้ำอุ่นกับด่างทับทิม

💉 ใส่ยาทาบริเวณหัวริดสีดวง การเหน็บยา หรือการกินยาต่าง ๆ ตามที่แพทย์สั่ง

💉 กินยาที่อื่นมาแล้ว ยังไม่ดีขึ้น 

💉 ประคบด้วยน้ำเย็น

💉 ฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงทวาร ตัวยาจะทำให้หลอดเลือดดำฝ่อและหัวริดสีดวงยุบไป

💉 ใช้ยาเหน็บรูทวาร

💉 ใช้หนังยางรัดรูทวาร

💉 การทำลายเนื้อเยื่อด้วยการเผา

💉 ผ่าตัดแล้วหลายครั้ง

 

😥แล้วยังไม่หายสักที😥

         อาการที่เป็น วิธีรักษา วิธีแก้ ไม่ต้องเหน็บ ไม่ต้องผ่า

ปรึกษาเราได้ที่นี่

⬇⬇⬇⬇⬇

รักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก “แบบไม่เจ็บไม่ผ่า”
อย่าปล่อยให้ลุกลามจนเป็นโรค
“มะเร็งลำใส้ใหญ่”

ไม่ทรมานอีกต่อไป วิธีรักษาโรคริดสีดวง “แบบไม่เจ็บไม่ผ่า”

✅ ไม่ต้องพักฟื้น
✅ ไม่ต้องผ่า
✅ ไม่เจ็บ

อาการริดสีดวงหายหมด จบด้วยธนทร

“ไม่ต้องเหน็บ ไม่ต้องทา ไม่ต้องผ่า ไม่เจ็บ”

“ไม่ต้องเหน็บยา”

ไม่ต้องใช้ยาเหน็บ เพื่อลดอาการอักเสบ

“ไม่ต้องทา”

ไม่ต้องใช้ครีมหรือยาซึ่ง อาจทำให้เกิดอาการติดเชื้อ

“ไม่ต้องผ่าตัด”

ซึ่งอาจทำให้สูญเสียหูรูดทวารและอาจกลับมาเป็นให้ได้เสมอ

 

สมุนไพรจีนสกัดขั้นสูงธนทร

ช่วยคุณได้

สมุนไพรจีนสกัดธนทร

🍀สมุนไพรธนทรช่วยยังไง🍀

ลดอาการปวด บวม แสบ อักเสบ

✅ หยุดเลือดบริเวณหัวริดสีดวง

✅ ช่วยสมานแผลภายใน

✅ ลดขนาดหัวริดสีดวง

✅ ทำให้หัวริดสีดวงบีบฝ่อ – หลุด

✅ รักษาได้ทุกระยะ ทั้งภายในและภายนอก

รีวิว สมุนไพรธนทร
รีวิวริดสีดวง

** ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ล่ะบุคคล **

รีวิวริดสีดวง

** ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ล่ะบุคคล **

รีวิวริดสีดวง
รีวิวริดสีดวง

** ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ล่ะบุคคล **

สั่งซื้อสินค้า สอบถามข้อมูล

รับโปรโมชั่นสุดพิเศษ คลิ๊ก

ปรึกษาเราได้ที่นี่

⬇⬇⬇⬇⬇

สมุนไพรธนทรช่วยฟื้นฟูอวัยวะต่างๆ

  • ปรับสภาวะ หยิน - หยาง ในร่างกาย
  • กระจายพลังงานให้อวัยวะภายในทำงานได้สัมพันธ์กัน

     สมุนไพร ธนทร ผลิตจากพืชสมุนไพรจีนและไทย รวมกัน 60 ชนิด เช่น โสมอเมริกา โสมคน ตังกุยเถ้า ตังถั่งเช่า คักฮก เสกตี เห็ดหลินจือ เป็นต้น และ พัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พัฒนาสูตรโดยคุณหมอจากโรงงานเทพประทานโอสถ ผ่านการทดสอบและผู้บริโภคใช้แล้วเห็นผลจริง

     สมุนไพรจีน ธนทร มุ่นเน้นคัดสรรแต่สมุนไพรชั่นดี ราคาแพงหายากสูตรนวัฒกรรมจากญี่ปุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ หรือมีปัญหาสุขภาพเพราะความเสื่อมของระบบภายใน เช่น ตับ ไต หัวใจ ม้าม ปอด สมองเสื่อม ฯลฯ โดยไม่มีผลข้างเคียง ไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่มีผลให้ตับและไตเสื่อม และไม่มีสารต้องห้ามใดๆ ทั้งสิ้น

     สมุนไพรจีน “ธนทรกรีน” ขอช่วยและเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่หมดหวังจากการรักษาที่ปลายเหตุขอให้ “ธนทร” อาสาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แก้ปัญหาอดีต ดูแลปัจจุบัน คุ้มครองป้องกันอนาคต ดื่มก่อนป่วย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

     สมุนไพรจีน “ธนทร” เราได้รับอนุญาตจาก องค์การอาหารและยา 10-1-06453-5-0007

Add Your Heading Text Here

สมุนไพรที่สำคัญ และอื่นๆอีกมากมาย

สมุนไพรสกัดธนทร
สมุนไพรธนทร
สมุนไพรธนทร
สมุนไพรธนทร
ได้รับมาตรฐาน

เว็บสำหรับเช็ค เลข อย. ของยาธนทร
เพื่อความมั่นใจ ว่าทุกหยดจากยาน้ำสมุนไพร ธนทร ที่ท่านดื่ม
ปลอดภัยต่อร่างกาย ไร้สารสเตอรอย
ธนทร ขวดเขียว G514/50 
ธนทร ขวดแดง G25/51

เช็คอย.
อย สมุนไพรธนทร
อย. สมุนไพรธนทร

ผลิตโดยคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรจีนโดยเฉพาะ และการันตีคุณภาพด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ
​โรงงานและขั้นตอนการผลิต สะอาดปลอดภัย ได้รับมาตรฐาน ระดับสากล

การันตีคุณภาพสมุนไพรธนทร
เยี่ยมชมโรงงานธนทร
รีวิวโรคไต
บริการส่งเคอรี่
ราคาสมุนไพรธนทร
ราคา

 

มีบริการเก็บเงินปลายทาง มั่นใจได้ของชัวร์

ส่งเคอรี่
ส่งของทรีนีตี้
ส่งของทรีนีตี้
รีวิวริดสีดวง

!!!!อาการริดสีดวง

ทำไม ? ถึงเป็นริดสีดวงทวาร

     โรคริดสีดวง เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ จากการสำรวจพบว่า 75% ของประชากรผู้ใหญ่จะเป็นริดสีดวง การเกิดริดสีดวง อาจมีสาเหตุจากข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อร่วมกัน ดังต่อไปนี้

1. เกิดจากการเคลื่อนตัวของลำไส้ผิดปกติ ก่อให้เกิดแรงเค้นที่บริเวณทวารหนัก

2. เกิดจากการนั่งถ่ายอุจจาระนานเกินไป

3. เกิดจากการท้องเสีย หรือท้องผูกบ่อยๆ

4. เกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือเป็นโรคอ้วน

5. เกิดจากการตั้งครรภ์

6. เกิดจากการร่วมเพศผ่านทางรูทวาร

7. เกิดจากการทานอาหารที่มีไฟเบอร์น้อย

8. เกิดจากภาวะความเครียดในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ริดสีดวงมี 4 ระยะ
 

วิธีการป้องกันโรคริดสีดวงทวาร ทางที่ดีที่สุด

ในการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคริดสีดวงทวาร

คือ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเพิ่มความดันของหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร

* เริ่มต้นด้วยการดูแลเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นนิสัย ฝึกเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลา
* ไม่กลั้นอุจจาระ เพราะจะส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายที่ผิดปกติและถ่ายได้ยากมากขึ้น
* ระวังอย่าให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเดิน หรือท้องเสียบ่อย ๆ
* ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มมากขึ้น เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชประเภทต่างๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
* ถ้ามีการปรับวิธีในการรับประทานอาหารที่ยังไม่ได้ผลดีเพียงพอ อาจมีการรับประทานอาหารเสริมประเภทไฟเบอร์หรือสารที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น
* ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มและขับถ่ายออกได้ง่าย
* ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากควรหาวิธีลดความอ้วนอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ออกกำลังกายให้เพียงพอ พยายามเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

ริดสีดวงเกิดจากระบบภายในทำงานไม่สมุดกัน ระบบย่อยอาหาร ระบบเผาผลาญ ระบบบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ระบบขับถ่าย 1การย่อยอาหาร (Digestion) คือการเปลี่ยนสภาพอาหารที่รับประทานเข้าไปจากขนาดใหญ่ ให้กลายเป็นสารอาหารขนาดเล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ อวัยวะที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารจะมีหลายส่วน ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก นอกจากนั้น ยังมีอวัยวะอื่นๆ ที่ไม่ได้มีหน้าที่ย่อยอาหารโดยตรง แต่ทำหน้าที่ช่วยย่อยในทางอ้อม ได้แก่ ตับ ตับอ่อน และต่อมน้ำลาย ซึ่งอวัยวะเหล่านี้จะทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เรียกว่า "ระบบย่อยอาหาร" นั่นเอง 2 การเผาผลาญ (Metabolism) คือการเปลี่ยนอาหารที่เราทานเข้าไป ให้อยู่ในรูปของเชื้อเพลิงพลังงาน เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการต่างๆ เช่น การหายใจ การทำงานของอวัยวะภายใน การเคลื่อนไหวร่างกาย การสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นต้น การเผาผลาญเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในเซลล์ต่างๆ และสำคัญต่อการดำรงชีวิต การเผาผลาญยังแบ่งได้เป็น 2 กระบวนการ ได้แก่ การสลาย หรือ แคแทบอลิซึม (Catabolism) เป็นการสลายสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาลกลูโคส ให้เป็นพลังงาน และ การสร้าง หรือ แอแนบอลิซึม (Anabolism) เป็นการใช้พลังงานที่ได้ในการสร้างส่วนประกอบของเซลล์ เช่น โปรตีน, DNA และ RNA ซึ่งกระบวนการทั้งสองจะเกิดควบคู่กันไปอย่างสมดุล 3.ลำไส้ใหญ่ (Colon หรือ Large intestine) เป็นอวัยวะสุดท้ายในระบบการย่อยอาหารก่อนที่กากอาหารจะถูกกำจัดออกทางทวารหนัก นอกจากทำหน้าที่กำจัดอาหารออกจากร่างกายแล้ว ลำใส้ใหญ่ยังทำหน้าอื่นๆในระบบการย่อยอาหารอีกด้วยหลายอย่าง วันนี้เราจะมาดูกันว่าลําไส้ใหญ่ทําหน้าที่อะไรบ้าง 3.1 ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่รับกากอาหารที่ย่อยเสร็จแล้วจากลำไส้เล็ก เพื่อเข้าสู่กระบวนการสุดท้ายของระบบการย่อยอาหาร 3.2 ดูดซึมน้ำและวิตามินบี 12 ที่แบคที่เรียในลำไส้ใหญ่สร้างขึ้น 3.3 ดูดซึมแร่ธาตุและกลูโคสที่ยังหลงเหลือกลับเข้าสู่กระแสเลือด 3.4 ผลักดันกากอาหารสู่ไส้ตรง (ลำไส้ใหญ่ส่วนสุดท้าย) เพื่อขับออกทางทวารหนักต่อไป 4. การขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียจากร่างกาย และช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอยด้วย ไต ตับ และลำไส้ เป็นต้น ไต มีหน้าที่ขับสิ่งที่ร่างกายไม่ได้ใช้ออกจากร่างกาย อยู่ด้านหลังของช่องท้อง ลำไส้ใหญ่ มีหน้าที่ขับกากอาหารที่เหลือจากการย่อยของระบบย่อยอาหารออกมาเป็นอุจจาระ โครงสร้างของระบบขับถ่าย ไตเป็นอวัยวะที่กรองของเสียเพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ไตของคนมี 1 คู่ อยู่ในช่องท้องสองข้างของกระดูกสันหลังระดับเอว มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว ต่อจากไตทั้งสองข้างมีท่อไตทำหน้าที่ลำเลียงน้ำปัสสาวะจากไตไปเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ ก่อนจะขับถ่ายออกมานอกร่างกายทางท่อปัสสาวะเป็นน้ำปัสสาวะนั่นเอง การดูแลรักษาระบบขับถ่าย เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และรับประทานอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย คือ อาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม่ และควรดื่มน้ำให้มาก การกำจัดของเสียออกทางไต ไต เป็นอวัยวะที่ลักษณะคล้ายถั่ว มีขนาดประมาณ 10 กว้าง 6 เซนติเมตร และหนาประมาณ 3 เซนติเมตร มีสีแดงแกมน้ำตาลมีเยื่อหุ้มบางๆ ไตมี 2 ข้างซ้ายและขวา บริเวณด้านหลังของช่องท้อง ใกล้กระดูกสันหลังบริเวณเอว บริเวณส่วนที่เว้า เป็นกรวยไต มีหลอดไตต่อไปยังมีกระเพาะปัสสาวะ โครงสร้างไต ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชั้น หน่วยไต ชั้นนอก เรียกว่า คอร์ดเทกซ์ ชั้นในเรียกว่าเมดัลลา ภายในไตประกอบด้วย หน่วยไต มีลักษณะเป็นท่อขดอยู่หลอดเลือดฝอยเป็นกระจุกอยู่เต็มไปหมด ไตเป็นอวัยวะที่ทำงานหนัก วันหนึ่งๆ เลือดที่หมุนเวียนในร่างกายต้องผ่านมายังไต ประมาณในแต่ละนาทีจะมีเลือดมายังไตที่ 1200 มิลลิลิตร หรือวันละ 180 ลิตร ไตจะขับของเสียมาในรูปของน้ำปัสสาวะ แล้วส่งต่อไปยังกระเพาะปัสสาวะ มีความจุประมาณ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ร่างกายจะรู้สึกปวดปัสสาวะเมื่อน้ำปัสสาวะไหลสู่กระเพาะปัสสาวะประมาณ 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน 1 วัน คนเราจะขับปัสสาวะออกมาประมาณ 1 – 1.5 ลิตร การกำจัดของเสียออกทางผิวหนัง ในรูปของเหงื่อ เหงื่อประกอบไปด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ เหงื่อจะถูกขับออกจากร่างกายทางผิวหนัง โดยผ่านต่อมเหงื่อซึ่งอยู่ใต้ผิวหนัง ต่อมเหงื่อมี 2 ชนิด คือ 1. ต่อมเหงื่อขนาดเล็ก มีอยู่ทั่วผิวหนังในร่างกาย ยกเว้นท่าริมฝีปากและอวัยวะสืบพันธุ์ ต่อมเหงื่อขนาดเล็กมีการขับเหงื่อออกมาตลอดเวลา เหงื่อที่ออกจากต่อมขนาดเล็กนี้ประกอบด้วยน้ำร้อยละ 99 สารอื่นๆ ร้อยละ 1 ได้แก่ เกลือโซเดียม และยูเรีย 2. ต่อมเหงื่อขนาดใหญ่ จะอยู่ที่บริเวณ รักแร้ รอบหัวนม รอบสะดือ ช่องหูส่วนนอก อวัยวะเพศบางส่วน ต่อมนี้มีท่อขับถ่ายใหญ่กว่าชนิดแรกต่อมนี้จะตอบสนองทางจิตใจ สารที่ขับถ่ายมักมีกลิ่น ซึ่งก็คือกลิ่นตัวเหงื่อ จะถูกลำเลียงไปตามท่อที่เปิดอยู่ ที่เรียกว่า รูเหงื่อ การกำจัดของเสียออกทางลำไส้ใหญ่ กากอาหารที่เหลือกจากการย่อย จะถูกลำเลียงผ่านมาที่ลำไส้ใหญ่ โดยลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่สะสมกากอาหารและจะดูดซึม สารอาหารที่มีประโยชน์ ต่อร่างกายได้แก่ น้ำ แร่ธาตุ วิตามิน และกลูโคส ออกจากกากอาหาร ทำให้กากอาหารเหนียวและข้นจนเป็นก้อนแข็ง จากนั้นลำไส้จะบีบตัวเพื่อให้กากอาหารเคลื่อนที่ไปรวมกันที่ลำไส้ตรง และขับถ่ายสู่ภายนอกร่างกายทางทวารหนัก ที่เรียกว่า อุจจาระ การกำจัดของเสียทางปอด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซและน้ำซึ่งเกิดจากการเผาผลาญอาหารภายในเซลล์จะถูกส่งเข้าสู่เลือด จากนั้นหัวใจจะสูบเลือดที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปไว้ที่ปอด จากนั้นปอดจะทำการกรองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เก็บไว้ แล้วขับออกจากร่างกายโดยการหายใจออก ประโยชน์ของการขับถ่ายของเสียต่อสุขภาพ การขับถ่ายเป็นระบบกำจัดของเสียร่างกายและช่วยควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมบูรณ์ประกอบด้วย ไต ตับและลำไส้ เป็นต้น การปฏิบัติตนในการขับถ่ายของเสียให้เป็นปกติหรือกิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ เราไม่ควรให้ร่างกายเกิดอาการท้องผูกเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เกิดเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้ การปัสสาวะ ถือเป็นการขับถ่ายของเสียประการหนึ่ง ที่ร่างกายเราขับเอาน้ำเสียในร่างกายออกมาหากไม่ขับถ่ายออกมาหรือกลั้นปัสสาวะไว้นานๆ จะทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไตหรือทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบได้ การดื่มน้ำ การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกขึ้น การดื่มน้ำและรับประทานทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำจะทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ